วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2552

นิสัย 10 อย่างที่ทำให้สมองพัง

นิสัย 10 อย่างที่ทำให้สมองพัง




1. ไม่ทานอาหารเช้าหลายคนคิดว่าไม่ทานอาหารเช้า แล้วจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่นี้จะเป็นสาเหตุให้สารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้สมองเสื่อม

2. กินอาหารมากเกินไปการกินมากเกินไปจะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว เป็นสาเหตุให้เกิดโรคความจำสั้น



3. การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุให้เป็นโรคสมองฝ่อและเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์

4. ทานของหวานมากเกินไปจะไปขัดขวางการดูดกลืนโปรตีนและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เป็นสาเหตุของการขาดสารอาหารและขัดขวางการพัฒนาของสมอง (บริโภค Chocolate เป็นชีวิตจิตใจ -*-)

5. มลภาวะสมองเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุดในร่างกายการสูดเอาอากาศที่เป็นมลภาวะเข้าไปจะทำให้ออกซิเจนในสมองมีน้อยส่งผลให้ประสิทธิภาพของสมองลดลง

6. การอดนอนการนอนหลับจะทำให้สมองได้พักผ่อนการอดนอนเป็นเวลานานจะทำให้เซลล์สมองตายได้


7. นอนคลุมโปงเป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้นและลดออกซิเจนให้น้อยลงส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง

8. ใช้สมองในขณะที่ไม่สบายการทำงานหรือเรียนขณะที่กำลังป่วย จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลงเหมือนกับการทำร้ายสมองไปในตัว


9. ขาดการใช้ความคิดการคิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกสมอง การขาดการใช้ความคิดจะทำให้สมองฝ่อ

10. เป็นคนไม่ค่อยพูดทักษะทางการพูดจะเป็นตัวแสดงถึงประสิทธิภาพของสมอง

***10นิสัย แบบนี้อยากให้น้องๆเพื่อนๆๆปรับแก้ไข้โดยด่วยเลยนะครับ และก็ขอขอบคุณ อ.จากจุฬาฯที่มาให้ความรู้นะครับ


ความคิดเด็กวิทย์ไม่ได้คำนวณเป็นอย่างเดียวอ่ะน่า

คนทั่วไปแล้วคิดว่าพวกเด็กวิทย์ส่วนใหญ่แล้วจะคำนวณเป็นอย่างเดียว ไอ้เรื่องพวกรำวง ฟ้อนรำ วาดภาพ ร้องเพลงอาจจะไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ แต่อย่างไรก็ตาม ผมในฐานะเด็กวิทย์เหมือนกัน ขอบอกเลยว่า "เด็กวิทย์ไม่ได้หุ่นยนต์นะ" ที่จะคำนวณเป็นอย่างเดียว เด็กวิทย์ก็มีความรักได้เหมือนกัน

ในส่วนของคนที่คิดว่าเด็กวิทย์ต้องเป็นเด็กอัจฉริยะไม่จริงหรอก เด็กวิทย์บางคนเก่งจนสมองแตกตายก็มี +555 บางคนก็ไม่เก่ง แต่ดันสอบติดก็มี

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเด็กวิทย์ หรือเด็กศิลป์ หัวใจก็เหมือนๆกันนั้นแหละ

พี่ๆอุดมฯแนะคณะ


เนื่องจากหลาย ๆ สถาบันการศึกษาได้จัดหลักสูตรที่มีความหลากหลาย มีการจัดการเรียนการสอนในหลายคณะ หลายประเภทวิชา เพื่อให้นักเรียนได้เลือกเรียนตามความสนใจ ความถนัด และความสามารถของแต่ละคน ดังนั้นการศึกษาหาข้อมูลเบื้องต้นว่า การเรียนในคณะนั้น ๆ เรียนเกี่ยวกับอะไร จบแล้วสามารถประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง และแต่ละคณะ แต่ละสาขาเขาต้องการคุณสมบัติอย่างไร จึงเป็นสิ่งที่นักเรียนควรจะศึกษาก่อนตัดสินใจเลือกแนวทางการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาสำหรับตนเอง สำหรับคณะและสาขาวิชาที่เปิดสอนในสถาบันอุดมศึกษานั้น บางคณะวิชาจัดการเรียนการสอนเหมือนกัน หรือคล้ายคลึงกัน แต่ใช้ชื่อต่างกัน เช่น คณะนิเทศศาสตร์ บางมหาวิทยาลัยใช้ชื่อ คณะวารสารศาสตร์ และสื่อสารมวลชน เป็นต้น หรือ บางสาขาวิชาอาจจัดอยู่ในคณะวิชาที่ไม่เหมือนกัน เช่น สาขาสังคมวิทยา และมนุษยวิทยา ที่จุฬาฯ เป็นสาขาหนึ่งที่เปิดสอนในคณะรัฐศาสตร์ แต่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะเป็นชื่อคณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา เป็นต้น ดังนั้นในการพิจารณาศึกษาข้อมูล จึงขอแนะนำให้นักเรียนศึกษารายละเอียดของแต่ละสาขาวิชาก่อนว่า การเรียนในสาขาวิชานั้น ๆ เรียนเกี่ยวกับอะไร แล้วจึงพิจารณาว่า ถ้าเราต้องการศึกษาในสาขานั้น มีสถาบันใดบ้างที่เปิดสอน และอยู่ในคณะใดของสถาบันนั้น ๆ


คณะต่างๆที่เด็ดวิทย์เรียนได้


คณะเกษตรศาสตร์
คณะครุศาสตร์/คณะศึกษาศาสตร์
คณะทันตแพทยศาสตร์
คณะนิติศาสตร์
คณะนิเทศศาสตร์/คณะวารสารศาสตร์
คณะประมง
คณะพยาบาลศาสตร์
คณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี/คณะบริหารธุรกิจ
คณะแพทยศาสตร์
คณะเภสัชศาสตร์
คณะรัฐศาสตร์
คณะวนศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์
คณะวิศวกรรมศาสตร์
คณะศิลปกรรมศาสตร์/จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์
คณะเศรษฐศาสตร์
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
คณะสหเวชศาสตร์ / เทคนิคการแพทย์
คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
คณะสัตวแพทยศาสตร์
คณะสาธารณสุขศาสตร์
คณะอักษรศาสตร์/คณะศิลปศาสตร์/คณะมนุษยศาสตร์


ซึ่งเมื่อน้องๆคลิกลิงค์ต่างๆมันก็จะพาน้องๆเข้าสู่ระบบข้อมูลของแต่ละคณะเอง




Lifestyleอีกแบบเด็กวิทย์กับโค้ดเพลงใส่Hi5

วันนี้มีโค้ดเพลงให้เพื่อนๆๆ
ไว้ใส่ในHi5กัน
.......................................................................................................................................................
---เพลง ใหม่ๆก็รักพริกไทย
http://media.imeem.com/m/XUa7uzH8sB"> name="wmode" value="transparent">http://media.imeem.com/m/XUa7uzH8sB" type="application/x-shockwave-flash" width="300" height="110" wmode="transparent">
ใหม่ๆก็รัก'>http://hi5.siam55.com">ใหม่ๆก็รัก - พริกไทย
---เพลงแชร์ Potato

http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=7,0,19,0" width="474" height="374">http://music.gmember.com/player/html_player_vdo/swf/player_vdo.swf?0801711001"> name="quality" value="high">http://music.gmember.com/player/html_player_vdo/swf/player_vdo.swf?0801711001" allowScriptAccess="always" quality="high" FlashVars="mvid=0801711001&albumid=5406" pluginspage="http://www.macromedia.com/go/getflashplayer" type="application/x-shockwave-flash" width="474" height="374">

ใช่มั้ย คลิกที่นี่

ชีวิตเด็กวิทย์


เด็กวิทย์อย่างเรา เดินไปมาหิ้วหนังสือฟิสิกส์ , เคมี , ชีวะ , วิศวะ ฯลฯ ติดตัวตลอด สิ่งที่อยู่รอบๆตัว บ่งบอกชัดเจนว่า "ตูสายวิทย์นะเฟ้ย" โดยที่เจ้าตัวไม่ต้องป่าวประกาศ พูดจาอะไรสักอย่างมีแต่คำศัพท์ที่ตาสีตาสา ( บุคคลธรรมดา ) ไม่เข้าใจ หรือ เข้าใจยากส์ๆ....เวลาจะอธิบายอะไรสักอย่าง รู้สึกว่า ซับซ้อนมาก ถ้ามีกระดานแถวนั้นคงจะต้องเขียน อธิบายเป็นสมการแน่เลย แล้วก็ อธิบายแต่ล่ะครั้ง จะเป็นขั้นเป็นตอนชัดเจนมากๆ ชื่อของ ส่วนประกอบอะไรๆรู้หมด ซึ่งบางครั้งทำให้คนฟังแอบหลับไปก่อนหน้าที่จะอธิบายเสร็จ แต่ข้อมูบลที่พูดออกมามักชัดเจน มีที่มาที่ไป รู้ลึก และ เชื่อถือได้..... มักแสดงออกในทาง หนุกหนานฮาเฮ ไม่พกอะไรที่ชัดเจนว่า มีความรู้ด้านวิทย์ เวลาอธิบาย มักใช้การเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ สามารถอธิบายทั้ง ชีวะ และ ฟิสิกส์ได้ด้วย กล่องนมเพียง 1 กล่อง บางครั้งคำอธิบายของเค้าอาจไม่เน้นคำศัพท์ที่เข้าใจยากมากนัก แต่มักพูดว่า "เมื่ออันนั้น ทำอย่างนี้ จะกลายเป็นอย่างนั้น" แล้วก็จะมีมุขขำๆมาปะปน เพื่อกลบความเครียด.....แล้วถ้าคำอธิบายของเค้าไม่อาจสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้ฟังได้ เค้าจะเริ่มหาวิธีการใหม่ ด้วยการรวบรวมความรู้ในด้านต่างๆมาปะปนกัน เช่น เรื่อง ฟิสิกส์ ถ้าสมการไม่เข้าใจ ก็เอาแก้วมา หรือสิ่งของต่างๆกันมาใช้ประกอบคำอธิบายแบบหลากหลายรูปแบบหรือ ด้านชีวะ เกี่ยวกับ GMO ฟรั่งไม่มีลูก แทนที่จะอธิบาย เกี่ยวกับโครงสร้าง ส่วนประกอบต่างๆด้วยศัพท์เทพ แต่เค้าอาจพูดง่ายๆว่า "รสชาติต่างๆที่เราทานเข้าไปหน่ะ มันคือสารอาหารสำหรับดูแลเมล็ด แล้วถ้าไม่มีเมล็ด จำเป็นไหมล่ะที่ต้องส่งสารอาหารแบบเดิมๆเข้าไป".....กลุ่มนี้อาจดูเหล็อแหละ ไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่ เพราะมักใช้สิ่งเปรียบเทียบ แต่จะเน้นความเข้าใจ แล้วก็เห็นภาพในเชิงการ Zoom Out มากกว่าข้อมูลในเชิงลึก หรือ มุมมองแบบ Zoom In กลุ่มนี้ประมาณว่า รู้กว้าง ( พวก ชื่อของส่วนประกอบต่างๆ อาจข้ามไป ).....บางทีเลยมานั่งคิดว่า "ถ้าให้เลือก เวลาเรามีข้อสงสัยเราอยากถามใครมากกว่ากัน".....